รับน้อง!!

posted on 08 Jun 2011 21:14 by rakthai  in Pz
รอคอยมา 1 ปีเต็ม ๆ
1 ปี ที่ต้องอดทน กับความกดดัน บททดสอบต่าง ๆ นา ๆ
สำหรับการเป็นผู้ใหญ่ ที่สังคมยอมรับ
อดทนต่อแรงกดดัน
อดทนต่อความอับอายขายหน้า
อดทน พร้อมกับพยายามทำเกรดให้ครอบครัว
 
พี่ปีสองสาขานี้ มีเวลาวางแผน
เตรียมตัว ประชุม แค่ 2 สัปดาห์ก่อนเจอน้อง
ทั้งตื่นเต้น กระหายที่จะเห็นหน้าน้อง
แล้วก็แกล้งน้องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นของขวัญสำหรับการพบกัยครั้งแรก
ด้วยตัวพี่ ๆ หนักใจว่าจะไม่สำเร็จในการสร้างความสุขให้น้อง
 
แต่น้องปีหนึ่ง อาจไม่รู้ว่า แค่ได้เห็นหน้าน้อง
พวกพี่ ๆ ก็มีความสุขจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
 
ตัวพี่ว๊ากต้องแอบไปเต้นปลดปล่อยในห้องน้ำ เพราะต้องเก๊กตลอดเวลา
พี่สวัสดิการ หรือพี่นางฟ้า ก็คอยปรอนนิบัติน้องอย่างเกินของเขต
พี่สันทนาการ ก็พยายามอย่างเต็มที่ในการทำให้น้องสนุก
แต่ดูเหมือนพี่สันทนาการจะสนุกสุดเหวี่ยงมากกว่าน้องซะอีก
 
วันเฉลยพี่เนียน ตัวพี่แทบร้องไห้ เพราะน้องคนหนึ่ง ไม่มีเพื่อนสักคน
มีเพื่อนแค่สามคน ซึ่งเป็นรุ่นพี่ เนียนมาทั้งสามคนเลย
สงสารน้อง เพราะเห็นน้องหน้าเหวอ
สงสารน้อง เพราะเห็นน้องตาแดง
แต่ก็ทำให้รู้ว่า น้องไม่เคยด่า ไม่เคยนินทาพี่เลย
แม้แต่พี่ว๊า ก็แค่บ่นกันว่ากลัว แต่ไม่เคยแอบนินทา
^..^ น้องปีนี้น่ารัก! น่ารักว่าปีพี่ซะอีกนะเนี่ย
 
ในฐานะที่เป็นพี่นางฟ้า
จะพยายามอย่างเต็มทที่เลย ที่จะไม่ให้น้องโดนซ่อม
จะช่วยน้องให้ปึ้กในทุกๆ เพลง ไม่ต้องโดนพี่ว๊ากด่ามาก
 
รักน้อง+
เพิ่งผ่านไปเพียงเทอมเดียวเท่านั้น

กับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

ความกดดันต่าง ๆ นา ๆ จากรุ่นพี่ ที่เหมือนจะพ้นไป

กลับเพิ่มความรุณแรงขึ้น จากความกดดันที่เพื่อน ๆ มอบให้

แค่เทอมเดียว พวกเธอทำฉัน เหนื่อยจน

อยากหนีไปให้ไกล!

จะไม่นับว่าเป็นโชคร้าย ในเมื่อฉันเลือกที่จะอยู่ต่อ
 
 
ฉัน จบป. 6 ด้วยความรู้อังกฤษแค่ บี ดับเบิ้ลโอ เค บุ้ค, กูดม๊อนิ่ง ทีชเช่อ, แอมไฟน์แต๊งกิ้วแอ่นยู๊, แต๊งกิ้วทีชเช่อ =.= ถ้าไม่ใช่ความพยายามที่เพิ่มขึ้น จะมีใครพูดได้มั้ยว่าชฉันเก่งภาษาอังกฤษ

ตอนม.ต้น ฉันเคยทำการบ้านเลขที่อาจารย์สั่งผิดทุกข้อ แล้วครั้งหนึ่งที่ไม่ได้ทำการบ้านมาเพราะมองโจทย์บนกระดานไม่เห็นจนโดน อาจารย์ตี หยิก ประจานต่อหน้าเพื่อน น่าอายนะเว้ย! ถ้าไม่ใช่ความพยายามที่มันมีมากขึ้น จะมีใครพูดได้มั้ยว่าฉันเก่งเลข!

ก่อน หน้าที่ฉันจะมีคอมฯ ฉันก็ทำอะไรไม่เป็น หลังจากมีคอมฯ ถ้าไม่พยายามใช้มัน รื้อมัน ซ่อมมัน ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ จะมีใครพูดได้มั้ยวาฉันเก่งคอมฯ

ฉันเรียนดนตรีแค่วันเสาร์ประมาณสี่เสาร์ ถ้าฉันไม่พยายามฝึกซ้อมเพลงใหม่ ๆ ไม่ลองเล่นหลาย ๆ ชนิด จะมีใครเอาฉันร่วมวงมั้ย? แล้วจะมีใครพูดได้มั้ยว่าฉันเล่นดนตรีเป็น

ฉัน เคยเป็นคนทำอะไรช้า จดช้า พูดช้า ฟังอะไรก็เข้าใจช้า ถ้าฉันไม่พยายาม ฉันจะฟังใครเข้าใจได้มั้ย จดที่อาจารย์พูดทันมั้ย? ตอนนี้เหลือก็แค่ ปากไม่ไวเท่าชาวบ้าน ก็แค่นั้น (แต่อย่าเว้นว่างให้ฉันได้พูด ถ้าไม่ใช่หยอกเล่นกับเพื่อน ๆ ก็ไม่ด่า แต่จะ พูดบางอย่างที่คนฟังอาจจะรู้สึกว่าโชคร้ายจริง ๆ>>เพราะช่วงที่เธอด่า สมองฉันได้กลั่นกรองคำพูดที่แสนธรรมดา ๆ เอาไว้พร้อมปล่อยให้ได้ฟัง)

เกิดมาก็โง่เท่ากัน ไม่รู้เหมือน ๆ กัน แล้วโตมาจะพูดได้ไงว่า เธอเก่งกว่า ฉันโง่กว่า?
 
คิดดูดี ๆ ที่เธอได้คะแนนน้อยกว่าเพราะอะไร ฉันเรียนง่ายกว่าหรอ?
แล้วช่วงที่ฉันกับเธอเรียนห้องเดียวกัน ทำไมฉันถึงยังทำคะแนนได้ดีกว่าเธอล่ะ?
เพราะเธอไม่สบายจนเรียนไม่ได้ หรือเพราะเธอรู้สึกไม่สบายเลยไม่อยากเรียน?
แล้วทำไมตอนที่ฉันแพ้อะไรสักอย่างจนเป็นลมพิษเต็มตัว รู้สึกไม่สบายตัว
ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ วันนั้นฉันยังหอบสังขารไปโรงเรียนได้?
เธอปวดหัวจนไปเรียนไม่ได้ หรือปวดหัวเลยไม่อยากไปเรียน?
ฉันไม่เคยปวดหัวมาก ๆ เลยหรือไง? ไม่เคยรู้สึกปวดหัวจนน้ำตาคลอในห้องเรียนหรอ?
เธอปวดท้องมากได้คนเดียวงั้นหรอ? ฉันไม่เคยกุมท้องเรียนหรือไง?
เธอหยุดเรียนไปหาหมอ แล้วฉันไม่เคยหิ้วถุงยามาโรงเรียนโดยไม่หยุดเรียนหรือไง?
ฉันก็ไมเกรน ฉันก็ปวดหลัง ฉันก็โรคกระเพาะ
ฉันก็ปวดท้องประจำเดือนสามวันแรก
ฉันก็อ้วกแตกอ้วกแตนได้ ฉันก็เคยอยากเป็นลม
ฉันก็เคยอกหัก ร้องไห้ เสียใจ
สิ่งที่เธอเป็น ฉันก็เคยเป็นมาแล้วทั้งนั้น
ฉันเคยขาดเรียนกี่ครั้ง? แล้วเธอกี่ครั้ง?

เธออาจไม่เคยเห็นฉันรู้สึกทรมาณกับอาการไม่สบายเท่าไหร่
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่เคยทรมาณ ฉันก็อยากร้องไห้เพราะอาการพวกนั้น
แต่ฉันไม่เห็นข้อดีของการแสดงออก นอกจากเรียกร้องความสนใจ
ทำให้ได้นอนตากแอร์สบายใจในห้องพยาบาล ในขณะที่พลาดความรู้ในช่วงนั้นไป
เธอซ้อมกีฬาหนักจนไม่ได้เข้าเรียน แล้วฉันไม่ได้พลาดความรู้ในช่วงที่ฉันซ้อมดนตรีหรอกหรอ?
แล้วทำไมเราก็เป็นเหมือน ๆ กัน แต่ฉันทำด้ดีกว่าเธอล่ะ
ไม่ใช่เพราะฉันอดทนหรอกหรอ? ไม่ใช่เพราะความทรมาณที่ต้องทนหรอกหรอ?

ฉันอาจจะดูเนือย ๆ แต่ฉันก็พยายามจะเต็มที่กับการเรียน
เธออาจมองว่าฉันบ้าดารา ติดนิยาย บ้าแฮร์รี่ แต่ฉันก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเอง
ฉันกับเธอเรียนมาเหมือน ๆ กัน เธอเหนื่อยฉันก็เหนื่อย
รายงาน ถ้าฉันไม่เริ่มเธอก็ไม่ทำ แล้วเธอจะเอาคะแนนเท่ากับฉัน ฝันหรอ?
นอกจากหนังสือเรียนแล้วฉันยังต้องแบกโน๊ตบุีคไปม.ด้วย
ในขณะที่เธอเดินตัวปลิวเข้าม.
ไม่ใช่เพราะคะแนนของพวกเธอ ๆ ๆ ๆ ๆ หรอกหรอ?
เธอคาดหวังเอจากรายงานอย่างเดียวหรือไง?
ฉันบอกไปแล้วใช่มั้ยว่ายังไงคะแนนก็ไม่เกินสามสิบ
ถึงรายงานจะได้น้อย แต่คะแนนสอบมันช่วยเธอได้
คะแนนสอบมันเจ็ดสิบ ทำไมเธอไม่เอาจากตรงนั้นล่ะ
เธอคิดว่าฉันทำรายงานอย่างเดียวแล้วได้เอหรือไง
เธอคิดว่าฉันเก่งแบบไหน? ไม่ขยันแต่ทำได้ทุกอย่างหรอ?

เธอทำงานบ้าน ฉันก็ทำสารพัด
ในขณะที่เธอเดินช็อปปิ้ง เลือกเสื้อผ้าสวย ๆ
ฉันซอมซ่อ นั่งทำการบ้าน รายงาน อ่านหนังสือ ในตู้เสื้อผ้ามีชุดเก่าๆแค่สามสีุ่ชุด
ในขณะที่เธอเข้าร้านเสริมสวย อบไอน้ำ ทรีตเม้น
ฉันก็หัวฟูอยู่กับกองหนังสือ
ในขณะที่เธอโทรมาถามการบ้านวิชาหนึ่ง ฉันก็กำลังนั่งทำอีกวิชาหนึ่ง
ในขณะที่เธอโทรมาถามการบ้านวิชาที่ฉันทำเสร็จแล้ว ฉันกำลังกินข้าว
ในขณะที่เธอโทรมาถามว่าพรุ่งนี้สอบเรื่องอะไร ฉันนอนหลับไปแล้วสะดุ้งตื่น
ในขณะที่เธอโทรมาถามว่า ข้อนี้ทำยังไง ฉันกำลังซักผ้า!
แล้วในเวลาที่ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดี สมองไม่ไบรท์ แล้วฉันตอบเธอ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่ได้
ฉันก็กลายเป็นคนเก่งที่เห็นแก่ตัว?
ฉันต้องสอนการบ้านเธอทางโทรศัพท์ ตอนที่ฉันลัลล้าคลายเครียดอยู่ที่งานหนังสือ?
ฉันต้องอธิบายเธอ ในขณะที่ฉันพาน้องสาวไปเที่ยว
ฉันต้องตอบคำถามเกี่ยวกับการเรียของเธอ ในตอนที่ฉันนอนพักสมอง

เธอมีเวลาของเธอ ในขณะที่เธอก็ขโมยเวลาของฉันไปด้วย
เธอบอกว่าฉันผอม เธอไม่รู้หรือไงว่าคำถามเครียด ๆ ที่เธอโทรมาถาม
มันทำให้ฉันซึ่งกำลังกินข้าวอยู่ แทบอ้วก เธอขโมยเวลากินของฉัน แล้วว่าฉันผอม
เธอแขวะว่าฉันอู้ ในตอนที่เธอโทรมาถามการบ้านแล้วฉันกำลังนอนเล่น
โดยที่ไม่รู้อะไรเลยว่าฉันทำมันเสร็จแล้ว
เธอแซวว่าฉันหานิยายเข้าบ้าน โดยไม่คิดเลยว่า ฉันก็เครียดเป็น
ฉันทำทุกอย่างเพื่อผ่อนลายความเครียด
ฉันชอบนอน ชอบเล่นดนตรี ชอบฟังเพลง ชอบอ่านหนังสือ
แค่สี่อย่างที่ฉันอยากให้เธอกรุณาเลิกรบกวน
แค่สี่อย่างที่ช่วยให้ฉันไม่เป็นบ้า
เธอได้ประโยชน์จากฉันมาก็มาก อย่าได้รบกวนเวลาคลายเครียดของฉันแค่นี้

ในบางอย่างฉันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
ฉันทำไม่ได้ ตอบไม่ได้ ก้แค่อยากให้เข้าใจ

ไม่ใช่ว่าเก่งแล้วเ็ห็นแก่ตัว ไม่ได้หวงวิชา
ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ถ้าโทรไปถามคนอื่นบ้างจะตายมั้ย?
ไม่ต้องนึกถึงฉันตลอดเวลาก็ได้
ฉันก็ท้อเป็น เหนื่อยเป็น อยากร้องไห้เหมือนกัน
นอนเล่นกับแม่ก็โทรมากวน โกรธนะเว้ย
เวลาที่ฉันได้เล่นกับพ่อกับแม่ไม่ค่อยจะมี
เพราะเวลาของฉันฉันก็ให้พวกเธอหมด ทั้งที่ไม่จำเป็น
พวกเธอจะคิดบ้างมั้ยว่าพ่อแม่ฉันจะรู้สึกยังไง เมื่อลูกสาวอยู่แต่กับโทรศัพท์ คอม แล้วก็หนังสือ
หน้าใส ๆ ก็จะเป็นหน้าศพเข้าไปทุกที จนจะขายไม่ออกแล้ว
ยังไม่รวมพี่เค้าที่ตอนนี้มีสาวแท้ สาวเทียม เข้ามามากมาย
โดยที่ฉันไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะเข้าไปทักเขาว่า สวัสดีค่ะ ในเอ็ม
ไม่มีเวลาที่จะตอบคำถามต่าง ๆ นา ๆ ของเขา
เธอทะเลาะกับแฟนจนไม่เป็นอันทำอะไร
แต่ฉันที่ยังไม่ทันได้เป็นแฟนกันก็เอาเวลาไปชดเชยให้เธอจะตอนนี้เริ่มห่างไกลกันทุกที
ทั้งที่ ไม่จำเป็นเลยสักนิด!!

ฉันก็แค่หวังว่าพวกเธอจะเข้าใจคนเก่ง ๆ (ในสายตาเธอ) ที่พวกเธอบอกว่าเห็นแก่ตัว
เธอก็แค่เอาเวลาแห่งความสุขของเธอ มาพยายามทำงานของเธอบ้าง
อดทนต่ออาการต่าง ๆ นา ๆ ของเธอแล้วเข้าเรียนบ้าง
แค่นี้ทำไม่ได้หรือไงวะ

คิดจะพึ่งฉันตลอดชีวิตเลยหรือไง?

ถ้าเธอทำเองบ้าง คงไม่ต้องให้ฉันบอกคำตอบเธอทุกข้อ
คงไม่ต้องโทรมารบกวนฉันมากขนาดนี้

เธอบอกว่าอะไรนะ?
ฉันเก่งหรอ? ไม่เลย ฉันก็โง่เท่าเธอ
ฉันมีเวลาหรอ? ไม่หรอก เวลาของฉันก็เท่ากับเธอ
ฉันแข็งแรงกว่าหรอ? ฉันตัวเล็กกว่าเธอ แรงน้อยกว่าเธอ
แล้วก็อ่อนแอเหมือนเธอ อาจจะมากกว่าเธอด้วยซ้ำ

ฉันพูดอยู่เสมอว่า
"คน เราเกิดมามีเท่า ๆ กัน โง่เท่ากัน ไม่รู้เหมือนกัน ที่ต่างกันคือความพยายาม ความอดทน ฉันก็แค่คนอ่อนแอที่อดทน คนขี้เกียจที่พยายาม ไม่ใช่คนเก่งอะไรเลย"

ถึงตอนนี้ ก็น่าจะรู้แล้วนะว่า

"คนเก่งเห็นแก่ตัว" จริง ๆ หรอ?

"คนเก่ง" หรือ "คนไม่พยายาม"กันแน่ ที่เห็นแก่ตัว?

edit @ 7 Dec 2010 19:20:13 by ภรรยาชางมิน

edit @ 16 Dec 2010 22:18:53 by ภรรยาชางมิน

หน้านอกบอกความงาม

หน้าในบอกความดี

หน้าที่บอกความสามารถ

หน้านอกแต่งให้พอดี

หน้าในและหน้าที่แต่งให้มาก ๆ

 

เมื่อวานเดินผ่านบอร์ดที่ตึก ในม.
คุณเพื่อนชะงัก แล้วสะกิด ๆ ให้ดู ประกาศอะไรก็ไม่รู้ = =!
แต่ระหว่างที่จะหันไปดูประกาศ
สายตาก็จ๊ะเอ๋ที่กระดาษแผ่นหนึ่ง ติดอยู่ที่บอร์ด
เป็นสีออกทึบ ๆ มีรูปพระ แล้วก็มีข้อความ
แค่ได้อ่านเพียงครั้งเดียวก็วิ่งเข้าเมมโมรี่ในสมองทันที
รู้สึกว่าจะจำได้เกือบทุกตัวอักษร
ถูกใจข้อความนี้มาก ๆ เลยเอามาแปะซะหน่อย 55
ไม่ต้องมานั่งแปลความหมายใหม่ให้เข้าใจง่าย
แต่มันรู้สึกว่า เข้าใจตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่อ่านจบเลยทีเดียว

 

ไหน ๆ ก็มาอัพสักที

บ่นอีกเรื่องต่อเลย ดีกว่า

ว่าด้วยเรื่อง ผู้ชาย นินทา ผู้หญิง

 

คือมีเพื่อนผู้ชายก็ไม่รู้กี่คนต่อกี่คน เพิ่งจะมีไอ้บ้านี้เป็นคนแรก
ที่มานั่งนินทาผู้หญิง ให้ผู้หญิงฟัง เหอะ ๆ
ถ้าอยู่ในกลุ่มผู้ชายด้วยกัน จะนินทาอะไร ๆ ก็ไม่่ใส่ใจ
แต่นี่มานินทาผู้หญิงให้ผู้หญิงฟัง
ไม่ไหวเลยอ่ะ คนเรา

พอดี คุณเพื่อนสาวเรียนต่อปวส.
แล้วด้วยความเป็นคนที่ค่อนข้างเรียบร้อย
ใส่กระโปรงพลีทเบอร์ 22 ไปเรียน
เบอร์นี้ ถือว่าไม่ค่อยยาวเท่าไร่นะ ประมาณคลุมเข่ามิดพอดี แอบเลยมาหน่อย ๆ กำลังน่ารัก
คุณเพื่อนผู้ชาย เขาทนดูไม่ได้ มานั่งนินทาให้ฟังว่า

"มันอ่ะ ใส่กระโปรงยาวทุเรศมาก เห็นแล้วไม่อยากจะทักเลย แก่ เหมือนคุณครู โคตรเชย ใส่สั้นหน่อยก็ไม่ได้ ไม่สวย เชย ทุเรศ ใส่16ก็กำลังดีแล้วนะ ถ้าพลีทก็18ก็พอ ไม่รู้จะใส่ยาวอะไรนักหนา บลาๆๆๆๆ.......พอวันนี้มันเปลี่ยนมาใส่กระโปรงสั้น ค่อยน่าทักหน่อย ขนาดเค้าเป็นผู้ชาย ยังอายแทนเลยอ่ะ"

แบบว่า ตอนนั้นอารมณ์ ขึ้นมาก ๆ
นินทาผู้หญิงแย่ ๆกี่คน ๆ ไม่ใส่ใจ
มานินทาคุณเพื่อนสุดที่รัก
เรื่องการแต่งตัวที่มันถูกระเบียบของโรงเรียนทุกประการเนี่ยนะ !! เลวมาก
ก็เลยให้เหตุผล + เหน็บไปหน่อย ๆ

"แต่งตัวถูกระเบียบก็ดูน่ารักดี ดูเป็นนักศึกษา ไม่ได้ดูเป็นอย่างอื่น เสื้อใส่สบายตัว ไม่ฟิตก็ไม่อึกอัด กระโปรงก็ใส่เดินสบาย ลมพัดก็ไม่ต้องกลัวมันจะบานจนเห็นอะไรต่อมิอะไรที่ปิดเอาไว้ กระโปรงทรงตรงใส่ยาวเวลานั่งก็ไม่ต้องมานั่งเซฟว่า มันจะโผล่มั้ย กระโปรงไม่ฟิตก็นั่งสบาย อาจารย์เห็นเค้าก็ชื่นชม คนนอกเห็นเค้าก็ไม่มองในแง่ลบ แกที่เรียกตัวเองว่าผู้ชายอ่ะ ยังมานั่งนินทาผู้หญิงที่มันดีอยู่แล้ว ผู้ชายเค้าทำกันหรอวะ โคตรแมนเลยอ่ะ ไปใส่กระโปรงสั้น ๆ แบบที่แกชอบเถอะ อย่าใส่เลยกางเกง"

คือแบบว่านะ

กระโปรงสั้น ถึงมันจะน่ามอง น่าดู ยังไงก็ตาม
แต่ถ้าให้คนนอกมองเข้ามา ไอ้คนกระโปรงสั้นหรือคนกระโปรงยาว ที่เขาจะมองว่าดี
คือถ้ารักสถาบันของตัวเองสักนิด จะไม่ค่อยอยากใส่นักหรอก อะไรที่มันดูไม่เรียบร้อย
เพราะมันส่งผลถึงสายตาของคนนอก ที่มองเข้ามาในสถาบันด้วย
ก็เข้าใจว่ามันเป็นโรงเรียนเอกชน ผิดระเบียบนิด ๆ หน่อย ๆ ก็หยวน ๆได้
แต่มันดูไม่ค่อยจะเหมือนนักศึกษากันสักเท่าไหร่

คือบบว่า วันที่ไปโรงเรียน เดินผ่านเด็กปวส เห็นแล้วแบบว่า
อีก 2 คืบเจ้าค่ะ กว่ากระโปรงทรงตรงจะคลุมเข่า แบบว่า
เห็นแล้วก็อึ้ง นึกไม่ออกเลยว่าเค้าใส่เบอร์อะไรกัน
ที่ม. ไม่เคยเจอสั้นขนาดนี้มาก่อน
แบบว่า เคยเห็นสั้นสุด ๆ ก็สิบหก แล้วก็มีสั้นกว่าสิบหกอีกนิดหน่อย(น่าจะสิบสี่มั้ง)
แต่ที่ใส่สั้นกว่าสิบหกนี่ก็ หาไม่ค่อยเจอ (หรือว่าสาขาที่เรียนมันใส่ยาวกันก็ไม่รู้)
ที่สาขา ใส่สิบหก ก็ว่าหายากแล้ว ถ้าจะเยอะหน่อยก็ประมาณสิบแปด
ไอ้ทรงตรงสั้น มันดูไม่ค่อยเท่าไหร่ ลมพัดมันก็ไม่ปลิว

แต่ไอกระโปรงพลีทสั้นเหนือเข่านี่สิ
ดูกี่รอบ ๆ ก็เหมือนเขาจะไปเซิ้งหมอลำกันอย่างนั้นแหละ
ขนาดสิบแปด ลมพัดก็ปิดกันแทบไม่ทัน
แล้วยังมีสั้นกว่าสิบแปดอีกแน่ะ
เด็กที่โรงเรียนนี้เขาแบบว่า ถึงว่าเป็นเรื่องปกติงั้นหรอ?
ตอนที่เรียนอยู่ เห็นพี่ปวสใส่ก็ว่าสั้น
ไม่เห็นมันจะน่าดูตรงไหนเลย

แบบว่า โรงเรียนอ่ะ รักนะ
แต่ไม่ค่อยจะรัก เด็กนักเรียนกันสักเท่าไหร่
เด็กนักเรียนบางคน ภูมิใจ ได้เรียนบีบีซี รักโรงเรียน
รักจริงหรือเปล่า ดูการแต่งตัวก็รู้

ไอ้แต่งตัวไม่เหมือนนักเรียน นักศึกษา
มันทำให้คนมองโรงเรียนในแง่ลบ
คงเรียกว่ารักยากอยู่

เหอะ ๆ

 

แบบว่านะ ใส่กระโปรงเหมือนจะบอกว่า

 

ขาอ่อนหนู ให้ดูฟรีค่ะ!!

 

ค่าของคุณเธอ ๆ ๆ ๆ หายไปไหนหมดแล้วคะ

 


 

คือแบบว่า

"ถึงหนูจะใส่ยาว

 

หนูก็ขายออกอ่ะค่ะ!!"

 

 

ตัวของหนูมีคุณค่า หนูใจแคบพอ ที่จะไม่แจกจ่ายให้ใครต่อใครได้ดู


edit @ 20 Jun 2010 18:39:59 by ภรรยาชางมิน